SECURE: 16.40 บาท -0.10 / -0.61%
EN TH
2548
2557
2560
2561
2562
2563
2564
2548
เอ็นฟอร์ซ เอพี1) จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2548 ด้วยทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท โดยผู้ถือหุ้นกลุ่มเนียมนามธรรมและกลุ่มล้วนจำเริญ ถือหุ้นร้อยละ 30 และร้อยละ 40 ของทุนจดทะเบียนของ เอ็นฟอร์ซ เอพี ตามลำดับ เพื่อประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์การรักษาความปลอดภัยทางเทคโนโลยีไซเบอร์ (Cybersecurity) โดยมีคู่ค้าเป็นบริษัทผลิตและพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้แก่องค์กรต่าง ๆ

หมายเหตุ : 1/ บริษัท เอ็นฟอร์ซ ซีเคียวริตี้ ซิสเต็มส์ เอพี จำกัด ได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท แอลแทร์ แมนเนจเมนท์ จำกัด โดยจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2563 รวมทั้งเปลี่ยนสถานที่จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท และเปลี่ยนวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจ เป็นการประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง โดยไม่มีการประกอบธุรกิจตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์การรักษาความปลอดภัยทางเทคโนโลยีไซเบอร์จะไม่ประกอบธุรกิจแข่งขันกับบริษัท
2548
2548
2557
  • ต่อมาเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2557 กลุ่มผู้ถือหุ้นได้แก่ กลุ่มเนียมนามธรรม และกลุ่มล้วนจำเริญ มีความเห็นร่วมกันให้จัดตั้งบริษัท ด้วยทุนจดทะเบียน 30,000,000 บาท เพื่อประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์การรักษาความปลอดภัยทางเทคโนโลยีไซเบอร์ (Cybersecurity) และผลิตภัณฑ์ในด้านการบริหารจัดการระบบเครือข่าย (Network Management) ที่เกี่ยวเนื่องกัน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (“ตลาดหลักทรัพย์ฯ”) โดยดำเนินการเพิ่มทุนจดทะเบียนเพื่อสะท้อนความมั่นคงของสถานะการเงินของบริษัท และสร้างความมั่นใจให้กับคู่ค้าของบริษัท รวมถึงการสร้างโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต โดยผู้ถือหุ้นกลุ่ม เนียมนามธรรม และกลุ่มล้วนจำเริญ ถือหุ้นในบริษัท ในสัดส่วนร้อยละ 45 และร้อยละ 55 ของหุ้นทั้งหมดของบริษัท ตามลำดับ
  • ในการนี้ เอ็นฟอร์ซ เอพี ได้โอนสัญญาการเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในบางคู่ค้าให้กับบริษัท ทำให้กลุ่มลูกค้าเดิมที่เคยติดต่อซื้อขายผลิตภัณฑ์การรักษาความปลอดภัยทางเทคโนโลยีไซเบอร์กับเอ็นฟอร์ซ เอพี มาติดต่อซื้อขายผลิตภัณฑ์การรักษาความปลอดภัยทางเทคโนโลยีไซเบอร์กับบริษัทแทนในขณะที่เอ็นฟอร์ซ เอพี ได้เปลี่ยนการดำเนินธุรกิจหลักไปเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นเจ้าของอาคารสำนักงานซึ่งให้เช่าแก่บริษัทในปัจจุบัน
  • บริษัทยังถือหุ้นในเอ็นฟอร์ซ เอพี ในสัดส่วนร้อยละ 99.99 ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด ทำให้เอ็นฟอร์ซ เอพี มีสถานะเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ทั้งนี้ เพื่อวัตถุประสงค์ในการกู้ยืมเงินกับสถาบันการเงิน
  • บริษัทได้รับรางวัล “APAC and Japan Partner Conference 2014 Excellence in Innovation ASEAN ” จาก Palo Alto Networks ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำด้านระบบรักษาความปลอดภัยบนเครือข่าย (Network Security) ชั้นนำของโลก ในฐานะตัวแทนจำหน่ายที่มีความเชี่ยวชาญในการติดตั้งและออกแบบบริการให้กับลูกค้าได้ประสบความสำเร็จ ซึ่งถือเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการบริการและดูแลลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Palo Alto Networks ในภูมิภาคอาเซียน
2557
2557
2560
  • เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2560 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2560 มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลให้แก่ ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 6.43 บาท รวมเป็นเงินทั้งหมด จำนวน 19,284,056 บาท ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวให้แก่ผู้ถือหุ้นแล้ว
  • บริษัทได้จำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดในเอ็นฟอร์ซ เอพี ให้แก่กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่เพื่อปรับโครงสร้างบริษัทให้พร้อมต่อการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำให้เอ็นฟอร์ซ เอพี ไม่มีสถานะเป็นบริษัทย่อยของบริษัทอีกต่อไป
  • บริษัทได้รับรางวัล “Unsung Pre-Sales Support 1H FY2017” จาก Trendmicro ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำด้านระบบรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์ผู้ใช้งานโดยตรง (End Point Security) ในฐานะเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมประจำปี 2017 ที่สามารถแก้ไขปัญหาส่วนใหญ่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ Trendmicro ได้ด้วยทีมงานภายในของบริษัทเอง โดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากทีมงานของ Trendmicro
  • บริษัทได้รับรางวัล“ APJ Channel Awards 2017 Outstanding Sales Growth Award (Asia Pacific, Japan)” จาก Solarwinds ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการบริหารจัดการประสิทธิภาพ (Network Performance and Monitoring) ในฐานะเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ที่มียอดขายสูงขึ้นอย่างโดดเด่นที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและประเทศญี่ปุ่น
2560
2560
2561
  • บริษัทได้รับการจัดอันดับให้เป็น 25 Hottest Cyber Security Companies 2018 จากนิตยสาร APAC CIO Outlook ที่เป็นนิตยสารแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ให้เป็น 1 ใน 25 ของบริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยทางเทคโนโลยีไซเบอร์ (Cybersecurity) ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดประจำปี 2018
  • บริษัทได้รับประกาศนียบัตร “50 Most Admired Companies of the Year 2018” จากนิตยสาร Silicon Review ที่เป็นหนึ่งในสื่อออนไลน์และสิ่งพิมพ์ที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับข่าว ธุรกิจ และอุตสาหกรรม ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ให้เป็นหนึ่งใน 50 บริษัทที่น่าจับตามองประจำปี 2018
  • บริษัทได้รับรางวัล “Strong Technical Engagement 2018” จาก Trendmicro ในฐานะเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีทีมสนับสนุนทางด้านเทคนิคดีเด่นประจำปี 2018 ที่สามารถใช้ความรู้ ความสามารถโดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือกับลูกค้าในการแก้ไขปัญหาด้านเทคนิคเฉพาะทางของผลิตภัณฑ์ Trendmicroได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2561 กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ทั้ง 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเนียมนามธรรม และกลุ่มล้วนจำเริญ ได้ร่วมกันจัดตั้งบริษัท มอซ เซกูโร จำกัด (“มอซ เซกูโร”) ขึ้น ด้วยทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท โดยผู้ถือหุ้นกลุ่มเนียมนามธรรม และกลุ่มล้วนจำเริญถือหุ้นในมอซ เซกูโร ในสัดส่วนร้อยละ 45 และร้อยละ 55 ของหุ้นทั้งหมด ตามลำดับ ทั้งนี้ มอซ เซกูโร จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลงทุนและถือหุ้นหลักในบริษัท
  • เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2561 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2561 มีมติอนุมัติให้บริษัทจ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิสำหรับปี 2560 ให้แก่ผู้ถือหุ้น ในอัตราหุ้นละ 8.96 บาทต่อหุ้นรวมเป็นเงินทั้งหมด จำนวน 26,887,564 บาท ซึ่งบริษัทได้จ่ายเงินปันผลดังกล่าวให้แก่ผู้ถือหุ้นแล้ว
  • เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2561 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2561 มีมติอนุมัติให้บริษัทจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 12.42 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินทั้งหมด จำนวน 37,256,335 บาท ซึ่งบริษัทได้จ่ายเงินปันผลดังกล่าวให้แก่ผู้ถือหุ้นแล้ว
2561
2561
2562
  • บริษัทได้รับรางวัล “Best Sales Growth Distributor 2019 ” จาก Solarwinds ในฐานะเป็นตัวแทนผู้จำหน่ายที่มียอดการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มสูงขึ้นมาก
  • บริษัทได้รับประกาศนียบัตร “30 Most Valuable Companies to Watch CIO Bulletin 2019” จากนิตยสาร CIO Bulletin ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ ตั้งแต่ นวัตกรรมใหม่ แนวทางการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้เป็น 1 ใน 30 บริษัทที่น่าจับตามองจาก CIO Bulletin ประจำปี 2019
  • วันที่ 1 เมษายน 2562 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น มีมติอนุมัติให้บริษัทจ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิสำหรับปี 2561 ให้แก่ผู้ถือหุ้น ในอัตราหุ้นละ 13.89 บาทต่อหุ้นรวมเป็นเงินทั้งหมด จำนวน 41,674,387 บาท โดยบริษัทได้จ่ายเงินปันผลดังกล่าวแล้ว
  • เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2562 กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ทั้ง 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเนียมนามธรรมและกลุ่มล้วนจำเริญ ได้จำหน่ายหุ้นให้กับมอซ เซกูโร ในสัดส่วนร้อยละ 35 ของทุนจดทะเบียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการถูกครอบงำกิจการจากบุคคลภายนอก โดยภายหลังการทำรายการซื้อขายหุ้นดังกล่าว สัดส่วนการถือหุ้นที่แท้จริง (Ultimate Shareholder) ของบริษัทจะประกอบด้วยผู้ถือหุ้นกลุ่มเนียมนามธรรมและกลุ่มล้วนจำเริญ ซึ่งถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 45 และร้อยละ 55 ของหุ้นทั้งหมด ตามลำดับ
  • วันที่ 17 ธันวาคม 2562 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2562 มีมติอนุมัติให้บริษัทจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 8.33 บาทต่อหุ้นรวมเป็นเงินทั้งหมด จำนวน 25,000,000 บาท ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว
  • เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2562 บริษัทและผู้ถือหุ้นเดิมกลุ่มเนียมนามธรรมและกลุ่มล้วนจำเริญ ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นกับบริษัท ฮัตสัน เอเชีย โฮลดิ้งส์ พีทีอี แอลทีดี (“ฮัตสัน เอเชีย”) ซึ่งประกอบธุรกิจลงทุนในธุรกิจอื่น (Holding Company) ที่เน้นการลงทุนด้านธุรกิจเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการแข่งขันและเติบโตในอนาคต ทั้งนี้ ฮัตสัน เอเชีย ถือหุ้นโดย Henderson Capital Asia Limited ร้อยละ 100.00 โดย Henderson Capital Asia Limited ประกอบธุรกิจโดยการลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพในเอเชีย ซึ่ง Henderson Capital Asia Limited ถือหุ้นโดย Lakeshore Capital I LP ร้อยละ 100.00 โดย Lakeshore Capital I LP ประกอบธุรกิจโดยการลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพในเอเชีย โดยผู้ถือหุ้นของ Lakeshore Capital I LP ประกอบด้วยนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ 5 ราย สัดส่วนการลงทุนรวมกันมากกว่าร้อยละ 85 และนักลงทุนรายย่อยจำนวน 24 รายลงทุนในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 15 และปัจจุบันนักลงทุนของ Lakeshore Capital I LP ไม่ได้เป็นบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งกับบริษัท ตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ยกเว้น นายอโณทัย อดุลพันธุ์ซึ่งเป็นตัวแทนจาก Hudson Asia Holdings Pte. Ltd. มาดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริษัท)
2562
2562
2563
  • วันที่ 22 มกราคม 2563 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2563 ได้มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 1,470,000 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 30,000,000 บาท เป็น 31,470,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 147,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท และส่วนเกินมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 330.14 บาท รวมเป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 50,000,000,000 บาท โดยฮัตสัน เอเชีย ได้ซื้อหุ้นเพิ่มทุนทั้งจำนวน เนื่องจากผู้ถือหุ้นรายอื่น ๆ สละสิทธิ์ อีกทั้งผู้ถือหุ้นเดิมได้แก่ นายนักรบ เนียมนามธรรม และนางสาววิภาพร บุริสตระกูล ได้ตกลงจำหน่ายหุ้นให้กับฮัตสัน เอเชีย ผ่านบริษัท เอ็น เอฟ เอส พีวี ลิมิเต็ด จำกัด จำนวน 356,400 หุ้น ทั้งนี้ บริษัท เอ็น เอฟ เอส พีวี ลิมิเต็ด จำกัด ถือหุ้นโดยนายนักรบ เนียมนามธรรม และนางสาววิภาพร บุริสตระกูล ในสัดส่วนร้อยละ 45 และร้อยละ 55 ของหุ้นทั้งหมด ตามลำดับ ส่งผลให้ภายหลังจากการเพิ่มทุนจดทะเบียนชำระแล้ว ฮัตสัน เอเชีย ถือหุ้นในบริษัททั้งหมดเป็นสัดส่วนร้อยละ 16 ของทุนจดทะเบียน
  • วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ประชุมกรรมการบริษัทครั้งที่ 2/2563 มีมติอนุมัติให้บริษัทจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 2.13 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 6,700,000 บาท ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวให้แก่ผู้ถือหุ้นเรียบร้อยแล้ว
  • วันที่ 23 เมษายน 2563 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2563 ได้มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียน จำนวน 6,030,000 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 31,470,000 บาท เป็น 37,500,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 603,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยเสนอขายหุ้นดังกล่าวให้กับผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามสัดส่วน
  • วันที่ 9 กันยายน 2563 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 3/2563 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทดำเนินการ ดังต่อไปนี้
    • แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน โดยใช้ชื่อว่า บริษัท เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว จำกัด (มหาชน) โดยได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2563 เพื่อเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
    • เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นสามัญที่ตราไว้จากเดิมมูลค่า 10.00 บาทต่อหุ้น เป็นมูลค่าหุ้นละ 0.50 บาทต่อหุ้น ซึ่งทำให้จำนวนทุนจดทะเบียน และจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วเพิ่มขึ้น จำนวน 71,250,000 หุ้น ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมจำนวน 3,750,000 หุ้น เป็นจำนวน 75,000,000 หุ้น โดยทุนจดทะเบียนที่ออกและเรียกชำระแล้วของบริษัทนั้นยังคงมีจำนวนคงเดิม ซึ่งบริษัทได้มีการจดทะเบียนการเปลี่ยนแปลงกับกระทรวงพาณิชย์เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2563
    • เพิ่มทุนจดทะเบียนหุ้นสามัญ จำนวน 15,470,500 บาท ที่มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ซึ่งทำให้ทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้นจากเดิมจำนวน 37,500,000 บาท เป็น 52,970,500 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่ ดังนี้
      • จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท จำนวน 13,870,500 บาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท จำนวน 27,741,000 หุ้น โดยแบ่งเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 1,990,700 หุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัท และหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 25,750,300 หุ้น เพื่อเสนอขายแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก
      • จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท จำนวน 3,200,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อเป็นหุ้นรองรับสำหรับการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ (ESOP) ของบริษัทให้แก่ผู้บริหารและพนักงานของบริษัท
    • อนุมัติการนำหุ้นสามัญของบริษัทเข้าจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
  • วันที่ 14 ธันวาคม 2563 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 8/2563 ได้มีมติอนุมัติแผนการลงทุนในอนาคตของบริษัท เนื่องจากเล็งเห็นถึงโอกาสในการดำเนินธุรกิจจากการที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) (“พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) จะมีผลบังคับใช้ในเดือนมิถุนายน 2565 ในการนี้ บริษัทตัดสินใจทำแผนการลงทุนร่วมกับกับบริษัท เดต้า ว้าว จำกัด (“เดต้า ว้าว”) ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytic) เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาและจำหน่ายซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
2563
2563
2564
  • เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2564 บริษัท และเดต้า ว้าว ได้ร่วมกันจัดตั้งบริษัท เอ็นเดต้าธอธ จำกัด (“เอ็นเดต้าธอธ”) ขึ้น เพื่อประกอบธุรกิจพัฒนาและจัดจำหน่ายซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) รวมถึงการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว โดยผลิตภัณฑ์หลักที่เอ็นเดต้าธอธจะพัฒนาเพื่อจำหน่ายในระยะแรก คือ ระบบการจัดการขอความยินยอมในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากจุดรวบรวมข้อมูล ทั้งจากเว็บไซต์ รวมถึงแอพลิเคชั่นต่าง ๆ รวมถึงให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าเกี่ยวกับการจัดตั้งระบบต่าง ๆ รวมถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) รวมถึงแบบฟอร์มการขอความยินยอม เพื่อเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ภายใต้ชื่อ “Unified Consent Management Platform” (UPC) ทั้งนี้ เอ็นเดต้าธอธ มีทุนจดทะเบียนและทุนจดทะเบียนชำระแล้วจำนวน 15.00 ล้านบาท โดยบริษัท และเดต้า ว้าว มีสัดส่วนการถือหุ้นในเอ็นเดต้าธอธอยู่ที่ร้อยละ 55.00 และร้อยละ 45.00 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว ตามลำดับ โดยบริษัทมีหน้าที่รับผิดชอบในส่วนของความรู้ความเข้าใจตลาด และเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) ตลอดจนการติดต่อเพื่อหาลูกค้าให้กับเอ็นเดต้าธอธ ในขณะที่เดต้าว้าว ทำให้หน้าที่ถ่ายโอนความรู้ ข้อมูล ความรู้ เทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องสำหรับการพัฒนาและการผลิตซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการประกอบธุรกิจให้แก่เอ็นเดต้าธอธ รวมถึงความเชี่ยวชาญในด้านการตลาดดิจิทัล (Digital Marketing) อีกด้วย ทั้งนี้ เอ็นเดต้าธอธจะสามารถเริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ภายหลังจากที่ได้รับหนังสือตอบรับมติจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ภายในปี 2564
  • เข้าจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
  • เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2564 เอ็นเดต้าธอธ ได้รับบัตรส่งเสริมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ประเภทกิจการ 5.7.3 กิจการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่สร้างมูลค่าสูง (High Value-added Software)
2564
2564