SECURE: 13.70 บาท -0.30 / -2.14%
EN TH
2548
2557
2560
2561
2562
2563
2564
2548
จัดตั้งบริษัท เอ็นฟอร์ซ ซีเคียวริตี้ ซิสเต็มส์ เอพี จำกัด (“เอ็นฟอร์ซ เอพี”)/1 ด้วยทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2548 โดยผู้ถือหุ้นกลุ่มเนียมนามธรรม และกลุ่มล้วนจำเริญ ถือหุ้นร้อยละ 30 และร้อยละ 40 ของทุนจดทะเบียนตามลำดับ เพื่อประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์การรักษาความปลอดภัยทางเทคโนโลยีไซเบอร์ (Cybersecurity) โดยมีคู่ค้าเป็นบริษัทผลิตและพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้แก่องค์กรต่าง ๆ

หมายเหตุ : /1 เอ็นฟอร์ซ เอพี ได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท แอลแทร์ แมนเนจเมนท์ จำกัด เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2563 พร้อมทั้งจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงสถานที่ตั้งบริษัท และเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจเป็นการประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ซึ่งไม่มีการประกอบธุรกิจตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์การรักษาความปลอดภัยทางเทคโนโลยีไซเบอร์ และจะไม่ประกอบธุรกิจแข่งขันกับบริษัทฯ
2548
2548
2557
  • วันที่ 9 มกราคม 2557 ผู้ถือหุ้นกลุ่มเนียมนามธรรม และกลุ่มล้วนจำเริญ ร่วมกันจัดตั้งบริษัท เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 30,000,000 บาท เพื่อประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์การรักษาความปลอดภัยทางเทคโนโลยีไซเบอร์ (Cybersecurity) และผลิตภัณฑ์ในด้านการบริหารจัดการระบบเครือข่าย (Network Management) ที่เกี่ยวเนื่องกัน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (“ตลาดหลักทรัพย์ฯ”) และได้ดำเนินการเพิ่มทุนจดทะเบียนเพื่อสะท้อนความมั่นคงของสถานะการเงิน และสร้างความมั่นใจให้กับคู่ค้า รวมถึงการสร้างโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต ซึ่งแบ่งสัดส่วนการถือหุ้นเป็นร้อยละของทุนจดทะเบียน คือ 1) กลุ่มเนียมนามธรรม ร้อยละ 45 และ 2) กลุ่มล้วนจำเริญ ร้อยละ 55
  • เอ็นฟอร์ซ เอพี ได้ดำเนินการโอนสัญญาการเป็นตัวแทนจำหน่ายจากคู่ค้าบางรายมาให้กับบริษัทฯ ส่งผลทำให้กลุ่มลูกค้าเดิมของทางเอ็นฟอร์ซ เอพี มาติดต่อซื้อขายผลิตภัณฑ์การรักษาความปลอดภัยทางเทคโนโลยีไซเบอร์กับบริษัทฯ โดยทางเอ็นฟอร์ซ เอพี ได้มีการเปลี่ยนแปลงการดำเนินธุรกิจตามรายละเอียดในปี 2548 (ปัจจุบันบริษัท แอลแทร์ แมนเนจเมนท์ จำกัด (ชื่อเดิม “เอ็นฟอร์ซ เอพี”) เป็นผู้ให้เช่าอาคารสำนักงานของบริษัทฯ) ซึ่ง ณ ขณะนั้นบริษัทฯ ยังคงถือหุ้นในเอ็นฟอร์ซ เอพี ในสัดส่วนร้อยละ 99.99 ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด
2557
2557
2560
  • บริษัทฯ ได้จำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดในเอ็นฟอร์ซ เอพี ให้กับกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทฯ เพื่อเป็นการปรับโครงสร้างธุรกิจของบริษัทฯ ซึ่งเป็นการเตรียมเข้าพร้อมในการนำบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
2560
2560
2561
  • บริษัทได้รับการจัดอันดับให้เป็น 25 Hottest Cyber Security Companies 2018 จากนิตยสาร APAC CIO Outlook ที่เป็นนิตยสารแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ให้เป็น 1 ใน 25 ของบริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยทางเทคโนโลยีไซเบอร์ (Cybersecurity) ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดประจำปี 2018
  • บริษัทได้รับประกาศนียบัตร “50 Most Admired Companies of the Year 2018” จากนิตยสาร Silicon Review ที่เป็นหนึ่งในสื่อออนไลน์และสิ่งพิมพ์ที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับข่าว ธุรกิจ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ให้เป็นหนึ่งใน 50 บริษัทที่น่าจับตามองประจำปี 2018
  • วันที่ 29 สิงหาคม 2561 กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทฯ ได้แก่ กลุ่มเนียมนามธรรม และกลุ่มล้วนจำเริญ ได้ร่วมกันจัดตั้งบริษัท มอซ เซกูโร จำกัด (“มอซ เซกูโร”) ด้วยทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท ซึ่งมีสัดส่วนการถือครองหุ้นต่อทุนจดทะเบียนทั้งหมด แบ่งเป็น 1) กลุ่มเนียมนามธรรม ร้อยละ 45 และ 2) กลุ่มล้วนจำเริญ ร้อยละ 55 ทั้งนี้ มอซ เซกูโร จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลงทุน และถือหุ้นหลักในบริษัทฯ ซึ่ง ณ ปัจจุบัน มอซ เซกูโร มีสถานะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทฯ โดย ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2565 มีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 24.36 ของทุนจดทะเบียนทั้งหมดของบริษัทฯ
2561
2561
2562
  • วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ ได้แก่ กลุ่มเนียมนามธรรม และกลุ่มล้วนจำเริญ ได้จำหน่ายหุ้นของบริษัทฯ ให้กับมอซ เซกูโร ในสัดส่วนร้อยละ 35 ของทุนจดทะเบียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการถูกครอบงำกิจการจากบุคคลภายนอก อย่างไรก็ตาม ภายหลังการทำธุรกรรมดังกล่าว สัดส่วนการถือหุ้นที่แท้จริง (Ultimate Shareholder) ต่อทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จะเป็นดังนี้
    1) ผู้ถือหุ้นกลุ่มเนียมนามธรรม ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 45 และ
    2) ผู้ถือหุ้นกลุ่มล้วนจำเริญ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 55
  • วันที่ 20 ธันวาคม 2562 ผู้ถือหุ้นกลุ่มเนียมนามธรรม และผู้ถือหุ้นกลุ่มล้วนจำเริญ ได้ทำสัญญาซื้อขายหุ้นของบริษัทฯ ให้กับ HUDSON ASIA HOLDINGS PTE.LTD. (“HUDSON”)/2 ซึ่งประกอบธุรกิจลงทุนในธุรกิจอื่น (Holding Company) ที่เน้นการลงทุนด้านธุรกิจเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการแข่งขัน และเติบโตในอนาคต
หมายเหตุ : /2 ถือหุ้นโดย Henderson Capital Asia Limited/3 ร้อยละ 100.00 ซึ่งประกอบธุรกิจโดยการลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพในเอเชีย (Venture Capital)
/3 ถือหุ้นโดย Lakeshore Capital ILP ร้อยละ 100.00 ซึ่งประกอบธุรกิจโดยการลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพในเอเชีย โดยผู้ถือหุ้นของ Lakeshore Capital ILP ประกอบด้วยนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ 5 ราย สัดส่วนการลงทุนรวมกันมากกว่าร้อยละ 85 และนักลงทุนรายย่อยจำนวน 24 รายลงทุนในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 15 และปัจจุบันนักลงทุนของ Lakeshore Capital I LP ไม่ได้เป็นบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งกับบริษัท ตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ยกเว้น นายอโณทัย อดุลพันธุ์ซึ่งเป็นตัวแทนจาก Hudson Asia Holdings Pte. Ltd. มาดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริษัท)
2562
2562
2563
  • วันที่ 22 มกราคม 2563 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2563 ได้มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 1,470,000 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 30,000,000 บาท เป็น 31,470,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 147,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท และส่วนเกินมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 330.14 บาท รวมเป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 50,000,000,000 บาท โดยฮัตสัน เอเชีย ได้ซื้อหุ้นเพิ่มทุนทั้งจำนวน เนื่องจากผู้ถือหุ้นรายอื่น ๆ สละสิทธิ์ อีกทั้งผู้ถือหุ้นเดิมได้แก่ นายนักรบ เนียมนามธรรม และนางสาววิภาพร บุริสตระกูล ได้ตกลงจำหน่ายหุ้นให้กับฮัตสัน เอเชีย ผ่านบริษัท เอ็น เอฟ เอส พีวี ลิมิเต็ด จำกัด จำนวน 356,400 หุ้น ทั้งนี้ บริษัท เอ็น เอฟ เอส พีวี ลิมิเต็ด จำกัด ถือหุ้นโดยนายนักรบ เนียมนามธรรม และนางสาววิภาพร บุริสตระกูล ในสัดส่วนร้อยละ 45 และร้อยละ 55 ของหุ้นทั้งหมด ตามลำดับ ส่งผลให้ภายหลังจากการเพิ่มทุนจดทะเบียนชำระแล้ว ฮัตสัน เอเชีย ถือหุ้นในบริษัททั้งหมดเป็นสัดส่วนร้อยละ 16 ของทุนจดทะเบียน
  • วันที่ 23 เมษายน 2563 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2563 ได้มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียน จำนวน 6,030,000 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 31,470,000 บาท เป็น 37,500,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 603,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยเสนอขายหุ้นดังกล่าวให้กับผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ตามสัดส่วน
  • บริษัทฯ ได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน ชื่อ “บริษัท เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว จำกัด (มหาชน)” เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2563 พร้อมทั้งจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นสามัญที่ตราไว้จากเดิม 10 บาทต่อหุ้น เป็น 0.50 บาทต่อหุ้น ส่งผลทำให้จำนวนหุ้นสามัญเพิ่มขึ้นจากเดิมจำนวน 3,750,000 หุ้น เป็นจำนวน 75,000,000 หุ้น โดยทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทฯ ยังคงมีจำนวนคงเดิมเท่ากับ 37,500,000 บาท ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตียมความพร้อมในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 3/2563 วันที่ 9 กันยายน 2563
  • ที่ประชุมวิสมัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 3/2563 วันที่ 9 กันยายน 2563 ได้มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 15,470,500 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 30,941,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาทต่อหุ้น ส่งผลทำให้ทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นจากเดิม 37,500,000 บาท เป็น 52,970,500 บาท โดยมีการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าว ดังนี้
    • หุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 27,741,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาทต่อหุ้น เพื่อเสนอขายแก่ประชาชนทั่วไป ซึ่งรวมถึงกรรมการ ผู้บริหาร และ พนักงานของบริษัทฯ
    • หุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 3,200,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาทต่อหุ้น ไว้สำหรับรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ (ESOP) ของบริษัทฯ เพื่อจัดสรรให้แก่ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ
    พร้อมทั้ง อนุมัติให้บริษัทฯ นำหุ้นสามัญเข้าจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
2563
2563
2564
  • บริษัทฯ และ บริษัท เดต้า ว้าว จำกัด/4 (“Data Wow”) ได้ร่วมลงทุนจัดตั้งบริษัท เอ็นดาต้าธอธ จำกัด/5 (“nDataThoth”) เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2564 เพื่อดำเนินธุรกิจในการพัฒนา และจัดจำหน่ายซอฟต์แวร์ที่มีเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“PDPA”) รวมถึง การให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว โดยมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วจำนวน 15,000,000 บาท ซึ่งมีสัดส่วนการถือหุ้นระหว่าง บริษัทฯ และ Data Wow ในสัดส่วนร้อยละ 55 และร้อยละ 45 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วทั้งหมดของ nDataThoth ตามลำดับ ทั้งนี้การร่วมลงทุนดังกล่าวเป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 8/2563 วันที่ 14 ธันวาคม 2563
  • บริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564
หมายเหตุ : /4 Data Wow เป็นบริษัทซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytic)
/5 nDataThoth ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประเภทกิจการ 5.7.3 กิจการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่สร้างมูลค่าสูง (High Value-added Software) เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2564
2564
2564